แสงเหมือนเป็นเพื่อนอยู่กับคุณตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงคุณหลับ แสงคือสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา แล้วการมองเห็นนี่แหละที่จะช่วยเติมเต็มชีวิตประจำวันทำให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นเราจึงขาดแสงสว่างไม่ได้ 

แต่ไม่ใช่แค่มีแสงสว่างแล้วจะดีต่อชีวิต แต่ค่าแสงที่เหมาะสมต่อการใช้งานต่างหากที่จะทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะค่าแสงในห้องประชุมด้วยแล้ว ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบแสงสว่างในห้องประชุมถือเป็นปัจจัยที่ช่วยทำให้การประชุมสมบูรณ์แบบมากขึ้นนั่นเอง 

แสงมีกี่ประเภท 

แสงถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามแหล่งกำเนิด ได้แก่ แสงธรรมชาติ (แสงจากดวงอาทิตย์) และแสงประดิษฐ์ (แสงเทียน แสงจากโคมไฟ) 

แสงสว่างที่ดีนั้นจะต้องมีการคำนึงถึงคุณสมบัติ และลักษณะของค่าแสงแต่ละประเภทไม่ว่าจะแสงธรรมชาติ หรือแสงประดิษฐ์ โดยจะต้องวิเคราะห์ และออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ในสร้างความสบายตาให้กับผู้ใช้ ประหยัดพลังงาน รวมไปถึงความสวยงาม และช่วยในการสร้างคุณค่าให้กับห้องนั้นๆ ด้วย

คุณภาพของแสงสว่างที่ดีเป็นอย่างไร?

สำหรับคุณภาพของค่าแสงสว่างที่ดีนั้นต้องประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

1.ต้องมีระดับการส่องสว่างที่เพียงพอ

2.มีความสม่ำเสมอของความสว่าง และการส่องสว่าง 

3.มีสีของแสง ที่ให้ความถูกต้องในการมองเห็นของสีต่างๆ 

4.การควบคุมแสงแยงตา

5.การควบคุมทิศทางของแสง

สำหรับการออกแบบค่าแสงสว่างตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 นั้น ได้แนะนำให้เราใช้มาตรการ การใช้แสงสว่างอย่างมีประสิทธิภาพ และตามกฎกระทรวงฯ (พ.ศ.2538) ซึ่งไม่เพียงแต่กำหนดอัตราการใช้กำลังไฟฟ้าการส่องสว่างสูงสุด (วัตต์ต่อตารางเมตรของพื้นที่ใช้งาน) แต่ยังได้ระบุไว้ว่า การส่องสว่างจะต้องให้ได้ระดับความส่องสว่างสำหรับงานแต่ละประเภทอย่างเพียงพอตามหลักและวิธีที่ยอมรับได้ทางวิศวกรรมอีกด้วย 

ซึ่งการใช้พลังงานแสงสว่างอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะขึ้นกับอุปกรณ์และองค์ประกอบต่างๆ อีกหลายปัจจัย เพื่อให้ได้แสงสว่างที่ประหยัดพลังงาน และได้คุณภาพของค่าแสงสว่างที่ดีและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

ค่าแสงในห้องประชุม1

ค่าแสงสว่างที่เหมาะสมสำหรับห้องประชุม

ค่าแสงสว่างที่ดีสำหรับห้องประชุมนั้น ควรจะต้องคำนึงถึงแสงสว่างที่มีการกระจายของค่าแสงทั้งในแนวแสงทางตรง Direct Light สำหรับการใช้งาน และแสงสะท้อน Indirect Light ที่ใช้ในการตกแต่งภายในให้กับสถาปัตยกรรมภายในห้อง เพื่อเน้นความสว่างที่เพียงพอ มีประสิทธิภาพ มีมิติความสวยงามของแสงสว่าง และคำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงาน 

ซึ่งค่าเฉลี่ยรวมปริมาณแสงสว่าง แสงประดิษฐ์ และแสงธรรมชาติ นั้นจะต้องมีค่าปริมาณแสงสว่างที่เพียงพอ และผ่านเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบแสงสว่างในห้องประชุม โดยอ้างอิงจากทฤษฎีของหน่วยงานต่างๆ เช่น CIE (COMMISSION INTERNATIONALE DE L’ECLAIRAGE เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นใน 1,931องค์กร และอยู่ในเวียนนาออสเตรีย หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ International Commission on Illumination เพื่อกำหนดมาตรฐานของการส่องสว่างของค่าแสงและสี ก่อตั้งโดย Mr. Prof T vauieir และคณะ โดยมีประเทศที่ใช้มาตรฐานของ CIE ถึง 40 ประเทศทั่วโลก) และกฎกระทรวงเรื่องการกำหนดมาตรฐานการจัดการด้านชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือเกณฑ์มาตรฐานแสงสว่างของสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย (TIEA) เป็นต้น 

เกณฑ์มาตรฐานสำหรับการออกแบบค่าแสงในห้องประชุม

การออกแบบค่าแสงสว่างที่ต้องการใช้งานนั้นควรปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งสำหรับห้องประชุมโดยส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ติดตั้งในห้องประชุมเพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลต่างๆประกอบการประชุม ทำให้จำเป็นต้องควบคุมปริมาณค่าแสงสว่างในห้องประชุมเพื่อไม่ให้ไปรบกวนจอแสดงผล ด้วยการออกแบบและกำหนดตำแหน่งการติดตั้งโคมไฟที่ถูกต้องเหมาะสม ควบคู่กับการใช้ระบบควบคุมไฟแสงสว่าง Lighting Control ร่วมด้วย เพื่อใช้ในการปรับค่าความสว่างของแสงให้สอดคล้องกับการประชุมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถมองเห็นสื่อที่นำเสนอผ่านจอแสดงผลได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยังสามารถ อ่าน เขียน และจดบันทึกได้อย่างชัดเจนในขณะที่มีการฉายภาพบนจอแสดงผล

ค่าแสงในห้องประชุม02

โดยมีเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการออกแบบค่าแสงสว่างห้องประชุมคือ

1.ค่าการส่องสว่าง (Ēm )

เฉลี่ยขั้นต่ำสำหรับห้องประชุมอยู่ที่ 300 lux (ค่าการส่องสว่าง(Ēm) หมายถึง ปริมาณแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิววัตถุต่อพื้นที่ มีหน่วยเป็น ลูเมน (lm)ต่อตารางเมตร(m2) หรือ ลักซ์ (lux))

2.ค่าจำกัดพิกัดแสงจ้า (UGRL) 

รวมแล้วต้องไม่เกิน 19 lux (Unified Glare Rating หมายถึง สภาพแสงที่เข้าตาแล้วทำให้มองเห็นวัตถุได้ยากหรือมองไม่เห็นเลย การออกแบบแสงสว่างที่ดีต้องจัดตำแหน่งติดตั้งโคม และเลือกชนิดโคมไฟ การส่องสว่างให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดแสงบาดตาน้อยที่สุด

3.ค่าความสม่ำเสมอของความส่องสว่าง (UO) 

ค่าความสม่ำเสมอของความส่องสว่างต้องไม่ต่ำกว่า 0.6 (uniformity) ความสม่ำเสมอของความส่องสว่างบนพื้นที่ทำงานไม่ควรน้อยกว่าค่าที่กำหนดไว้ สำหรับพื้นที่ใกล้ชิดโดยรอบและพื้นที่พื้นหลัง ควรมีค่า UO ≥ 0.4 และ ≥ 0.1 ตามลำดับ ยกเว้นบริเวณที่ได้รับแสงธรรมชาติจากทางหน้าต่าง ซึ่งความส่องสว่างจะลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ถัดเข้าไปภายในจากบริเวณริมหน้าต่าง ทำให้มีความสม่ำเสมอของความส่องสว่างต่ำ อย่างไรก็ตามข้อดีของการได้รับแสงธรรมชาติสามารถชดเชยความไม่สม่ำเสมอนี้ได้

4.ค่าดัชนีความถูกต้องของสี (CRI หรือ Ra) 

ค่าดัชนีความถูกต้องของสีต่ำสุดคือ 80 (Color Rendering Index, CRI หรือ Ra ค่าดัชนีความถูกต้องของสี คือ ค่าที่บอกว่าแสงที่ส่องไปถูกวัตถุ และทำให้เห็นสีของวัตถุได้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด ค่า CRI มีค่าตั้งแต่ 0-100) ถ้าหลอดไฟมีค่า CRI สูงๆนั้นหมายถึงหลอดไฟนั้น สามารถให้แสงที่ทำให้ตาเรามองเห็นสีวัตถุที่ส่องได้ถูกต้องสมจริง เหมือนกับสีที่ถูกส่องโดยแสงธรรมชาติ เช่น แสงจากพระอาทิตย์ที่มีค่า CRI=100 เป็นต้น

ตารางอ้างอิงเกณฑ์คุณภาพแสงสว่าง
ตารางอ้างอิงเกณฑ์คุณภาพแสงสว่าง

 

สรุป 

การออกแบบค่าแสงสว่างในห้องประชุมที่ดีนั้นควรคำนึงถึงตำแหน่งการวางผังโคมไฟ และระบบควบคุมไฟฟ้าแสงสว่างที่สามารถควบคุมและจัดบรรยากาศของแสงที่แตกต่างกันได้ โดยการแบ่งผังระบบไฟฟ้าแสงสว่างในส่วนของพื้นที่การประชุมออกจากผังไฟรวม เพื่อควบคุมปริมาณแสงสว่างในการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับการใช้งานตามความต้องการ 

ถ้าคุณต้องการทำความเข้าใจในระบบแสงสว่างสำหรับห้องประชุมได้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ การออกแบบระบบแสงสว่างสำหรับห้องประชุม ได้เลยครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: กรรณิกา เกตุรัตน์ Architecture Design