ห้องประชุม ถือเป็นพื้นที่สำคัญของแต่ละองค์กร ซึ่งห้องประชุมจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่นั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานและขนาดขององค์กร ซึ่งนอกจากการออกแบบห้องประชุมให้มีความสวยงามแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ออกแบบไม่ควรมองข้ามคือมาตรฐานความปลอดภัยที่ใช้ในการออกแบบ                                                                                                

ออกแบบห้องประชุมโดยคำนึงมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก 

การออกแบบห้องประชุมที่ดีนอกจากจะต้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ และสามารถสื่อสารถึงความเป็นอัตลักษณ์ขององค์กรนั้นๆ ได้แล้ว ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยควบคู่ไปกับความสวยงามด้วย 

ซึ่งห้องประชุมแต่ละประเภทก็จะมีมาตรฐานความปลอดภัยในการออกแบบที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

ห้องประชุมขนาดเล็ก

ประเภทของห้องประชุมขนาดเล็ก ได้แก่ Conference room , Board room และ War room ซึ่งเป็นห้องประชุมที่เหมาะสำหรับการระดมความคิด หรือเน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการประชุม โดยการจัดวางที่นั่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมหันหน้าเข้าหากัน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการประชุมอย่างใกล้ชิดที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การประชุมชัดเจน เหมาะสำหรับห้องประชุมระดับแผนก ระดับฝ่าย หรือการประชุมย่อยไปจนถึงกลุ่มระดับกลาง ซึ่งห้องประชุมประเภทนี้มีความสำคัญกับองค์กรและถูกใช้งานมากที่สุด 

มาตรฐานการออกแบบห้องประชุมประเภทนี้ต้องคำนึงถึงระยะห่างต่างๆ ของผู้เข้าประชุม เช่น

  1. ะยะห่างระหว่างที่นั่งไม่ควรน้อยกว่า 60 ซม.
  2. ระยะห่างระหว่างตัวบุคคลไม่ควรน้อยกว่า 30 ซม.
  3. ความกว้างของพื้นที่หน้าโต๊ะไม่ควรน้อยกว่า 60 ซม. โต๊ะประชุมที่เป็นรูปตัว U ควรมีระยะห่างระหว่างฝั่งตรงข้ามกันไม่ควรน้อยกว่า 1.20 ม. เพื่อให้มีการเว้นระยะห่างในระหว่างประชุม
  4. ระยะขอบโต๊ะประชุมกับผนังด้านหน้าที่ใช้สำหรับติดตั้งจอ เป็นสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 200 ซม.

ห้องประชุมขนาดใหญ่

ประกอบไปด้วยห้องประชุมประเภท Multipurpose และ Auditorium ที่ใช้ในการรองรับผุ้เข้าประชุมที่เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมากและเน้นการจัดรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

Multipurpose 

ห้องประชุมประเภทนี้สามารถจัดรูปแบบการประชุมได้หลากหลายซึ่งเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาดความจุของห้องประชุม ทางสัญจร การเลือกใช้วัสดุภายในอาคาร ระบบไฟฟ้าสำรอง ทางเข้า-ออกรวมถึงประตูหนีไฟ ระบบระบายอากาศ เป็นต้น ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นปัจจัยในการออกแบบซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการออกแบบดังนี้

  1. การเลือกใช้วัสดุตกแต่งผิวผนังและฝ้าเพดานที่ใช้ภายในห้องจะต้องเป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองจากสถาบันทดสอบหรือมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานว่าด้วยคุณสมบัติการป้องกันอัคคีภัยของวัสดุตกแต่งผิวพื้นของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือมาตรฐานอื่นที่คณะกรรมการควบคุมอาคารให้การรับรอง
  2. ระบบไฟฟ้าสำหรับห้องประชุมประเภทนี้ควรออกแบบให้มีระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสํารองสําหรับเครื่องหมายแสดงทางฉุกเฉินและไฟส่องสว่างที่สามารถมองเห็นทางเดินได้ รวมถึงระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ที่แยกเป็นอิสระจากระบบไฟฟ้าปกติที่ครอบคลุมทั่วบริเวณพื้นที่ห้องประชุมที่สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ
  3. ทางเข้า-ออกห้องประชุม จํานวนประตูทางเข้า-ออกในห้องประชุมต้องสอดคล้องกับจํานวนคนสูงสุดที่ห้องประชุมรองรับได้ (ตามจำนวนที่ระบุในตาราง) และที่สำคัญเหนือทางออกหรือประตูทางออกต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟด้วยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์แสดงทางหนีไฟที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา โดยรายละเอียดของตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยว่าด้วยป้ายบอกทางหนีไฟของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ ที่คณะกรรมการควบคุมอาคารให้การรับรอง

จำนวนทางออกและประตูทางออกห้องประชุมแบบ Multipurpose

Auditorium

เป็นห้องที่มีลักษณะของพื้นยกระดับและมีเก้าอี้ที่นั่งติดตั้งกับพื้นแบบถาวร โดยการจัดเก้าอี้แบบสลับฟันปลาจะช่วยลดการบดบังสายตาของผู้เข้าประชุมที่มองไปด้านหน้าได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งห้องประชุมประเภทนี้สามารองรับจำนวนคนได้มากเหมาะสำหรับรองรับกิจกรรม เช่น การแสดงคอนเสิร์ต แสดงละคร ประชุมสัมมนาอบรมต่างๆ ซึ่งจะตรงกับกฎกระทรวงประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพที่มีผลต่อการออกแบบห้องประชุมประเภทนี้ซึ่งมีใจความสำคัญดังต่อไปนี้

  1. วัสดุที่ใช้ภายในโรงมหรสพหรือห้องประชุมประเภทนี้ควรเป็นวัสดุที่มีอัตราการลามไฟไม่เกิน ๗๕ และอัตราการกระจายควันไม่เกิน ๔๕๐ ตามมาตรฐานเอ็นเอฟพีเอ 101-2000 (NFPA 101-2000) หรือมาตรฐานความปลอดภัยอื่นตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเห็นชอบ
  2. ระบบไฟฟ้าสำหรับห้องประชุมประเภทนี้ต้องจัดให้มีระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสํารองสำหรับเครื่องหมายแสดงทางฉุกเฉิน ไฟส่องสว่างที่สามารถมองเห็นทางเดินได้ และระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ที่แยกเป็นอิสระจากระบบไฟฟ้าปกติที่สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ และต้องมีแสงไฟทางเดินระหว่างที่นั่งเพื่อให้แสงสว่างตลอดความยาวของทางเดินระหว่างแถวที่นั่ง หรือทางเดินแต่ละขั้นในกรณีที่ทำเป็นขั้นบันได และแนวทางเดินภายในโรงมหรสพต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟที่เห็นได้ชัดเจนตลอดเวลาไปสู่บันไดหนีไฟหรือทางหนีไฟได้โดยสะดวก
  3. ทางเข้า-ออกโรงมหรสพ หรือห้องประชุมแบบ Auditorium ที่มีการจัดที่นั่งคนดูในพื้นที่ชั้นลอยต้องมีการจัดทางออกหรือประตูทางออกตามจำนวนที่กำหนดไว้ข้างต้นและวัสดุที่ใช้ทำประตูทางเข้าออกต้องมีอัตราการทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ซม. ขนาดบานประตูกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 ม. สูงไม่น้อยกว่า 2.00 ม. และขนาดความกว้างของทุกประตูรวมกันต้องเป็นไปตามจำนวนที่นั่งคนดูในอัตราส่วน 1 ซม. ต่อจำนวนที่นั่งคนดู 1คน (ยกตัวอย่างเช่น ห้องประชุมขนาด 300 ที่นั่ง x ด้วยอัตราส่วนของคนดูที่ 1 ซม. จะเท่ากับความกว้างของประตูทั้งหมดภายในห้องรวมกันต้องไม่น้อยกว่า 300 เซนติเมตร)จำนวนทางออกและประตูทางออกห้องประชุมแบบ Auditorium
  4. จำนวนที่นั่งและระยะห่างของทางเดินที่สำคัญภายในโรงมหรสพหรือห้องประชุม Auditorium
    • ในกรณีที่จัดให้มีที่นั่งติดต่อกันและที่นั่งปลายสุดทั้งสองด้านติดทางเดิน ให้มีที่นั่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 20 ที่นั่ง
    • ในกรณีที่จัดให้มีที่นั่งติดต่อกันตลอดแถวเกินกว่าหนึ่งตอนและที่นั่งปลายสุดทั้งสองด้านของแต่ละตอนติดทางเดิน ให้มีที่นั่งติดต่อกันได้ไม่เกินเกินตอนละ 16 ที่นั่ง
    • ในกรณีที่จัดให้มีที่นั่งติดต่อกันตลอดแถวเกินกว่าหนึ่งตอนและมีตอนใดตอนหนึ่งติดผนังด้านข้างของโรงมหรสพหรือห้องประชุม ให้ตอนที่ติดผนังโรงมหรสพมีที่นั่งได้ไม่เกิน 6 ที่นั่ง
    • ต้องจัดให้ที่นั่งปลายสุดของแต่ละตอน (ฝั่งที่ไม่ติดผนังโรงมหรสพแต่ติดกับทางเดิน) ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร ภายในโรงมหรสพต้องจัดให้มีทางเดินตามขวางทั้งด้านหน้าและด้านหลังต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และทุกระยะที่นั่งไม่เกิน 8 แถว ต้องจัดให้มีทางเดินตามขวางต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร ด้วยจำนวนที่นั่งและระยะห่างของทางเดินที่สำคัญภายในโรงมหรสพหรือห้องประชุม Auditorium

สรุป

การออกแบบห้องประชุมนอกเหนือจากความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่ขบวนการออกแบบ เพื่อให้ได้ห้องประชุมที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้งานได้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงป้องกันความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ออกแบบไม่ควรมองข้าม

ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณเอมอร ดีศรี Interior Design, หนังสือ HUMAN DIMENSION & INTERIOR SPACE, กฎกระทรวง ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพและอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ พ.ศ. ๒๕๕๐